พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต




          


         ป่าท่องหงอกากี่ ชินวิถีชาวภูเก็ต

              

            พระยารัษฏานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) ท่านเจ้าคุณเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต (พ.ศ. 2445 – 2456) ได้เห็นความยากลำบากที่ไม่สะดวกของผู้คนในมณฑลภูเก็ตเมื่อเดินหาซื้อสินค้าในตัวเมืองที่มีตึกแถว ยิ่งในภูเก็ตซึ่งมีฝนตกชุก จะตกเมื่อไรก็ไม่มีสัญญาณเตือน จนเป็นที่รู้กันว่า “ฝนพังงา ฟ้าภูเก็ต” คือฝนฟ้าในภูเก็จและพังงาเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก แล้วเรื่องอะไรจะให้ประชาชนเดินกรำแดดหรือกรำฝนโดยไม่จำเป็น ด้วยเหตุนี้ท่านเจ้าคุณรัษฏานุประดิษฐ์ฯ จึงให้ผู้สร้างตึกแถวจัดทำ อาเขด ( ARCADE ) ไว้หน้าบ้านเป็นแนวเดียวกัน เพื่อประชาชนจะได้ใช้เป็นทางสาธารณะสัญจรไปมาได้โดยสะดวก ไม่ต้องกรำฝนให้เปียกปอน ไม่ต้องร้อนเพราะกรำแดด




              ลักษณะอาเขดหรือชาวภูเก็ตเรียก “หง่อก่ากี่, หง่อข่าขี่, หง่อคาขี่” เป็นส่วนหนึ่งทางด้านหน้าของตึกแถวมีเพดานเป็นพื้นชั้นที่ 2 ของตึกแถว มีความยาวจากแนวประตูตึกแถวออกไปจดถนนเท่ากับ “หง่อ” คือ 5 ตามมาตรวัด “กากี” (หมายถึงจำด้วยเท้า ก่า, คา หรือ ข่า คือ ขา หรือ เท้า กี่, ขี่, กี คือ จำ เทียบได้เท่ากับ FOOT ระยะมี่ใช้ในภูเก็จยาวประมาณ 30 – 50 ซ.ม. หง่อก่ากี่ ยาวประมาณ 2.50 เมตร


             ตึกแถวที่มี “อาเขด” ดูได้ที่ตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองภูเก็จ เช่นที่ถนนดีบุก ถนนกระบี่ ถนนเยาวราช แถวน้ำ บางเหนียว แต่ที่มีอาเขตติดต่อกันมากคูหาที่สุดอยู่ที่ถนนถลาง เพียงที่นี่เพียงแห่งเดียวก็กล่าวได้ว่า ภูเก็จ เป็นจังหวัดที่มีอาเขดมากคูหาที่สุด




สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้
         หงอกากี่เป็นสถาปัตยกรรมหนึ่งในภูเก็ตที่มีการสร้างออกแบบมาให้ประชาชนสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินตากแดดตากฝน สะท้อนให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนในสมัยนั้นที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยแบ่งพื้นที่หน้าบ้านให้ผู้คนเดินผ่านได้ ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบันมีน้อยมาก เพราะบางบ้านที่มีพื้นหงอกากี่ในตอนนี้ก็จะมีการเอาเก้าอี้มาวางหน้าบ้านเพื่อไม่ให้คนอื่นเดินผ่าน บางบ้านถึงกับติดป้ายห้ามหรือกั้นที่ห้ามผ่านเลยทีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความแล้งน้ำใจของคนสมัยนี้

จัดทำโดย:  น.ส.กานต์สินี  สร้อยแสง เลขที่ 2


ความคิดเห็น